Oriental Heritage Residence

Share

Oriental Heritage Residence

จากทายาทธุรกิจค้าขายเพชร ผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม 4 ดาวแห่งใหม่ที่ปรับปรุงมาจากอาคารพาณิชย์เก่า 5 คูหาริมถนนเจริญกรุง ที่แม้จะมีประสบการณ์ในการจัดการธุรกิจอพาร์ทเมนต์ คอมมูนิตี้มอลล์ กระทั่งการจัดสรรที่ดิน แต่ก็เป็นสิ่งที่ท้าทายไม่น้อยสำหรับ คุณพิศิษฎ์ นววัฒนทรัพย์ ผู้ที่โตมาในย่านเก่าแห่งนี้ การรู้จักเอกลักษณ์ของเจริญกรุงนี้เป็นอย่างดี ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจโรงแรมที่ต้องเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเหมือนการพัฒนาและสะท้อนความเป็นย่านที่ตนผูกพันให้ทันสมัยและตอบรับกับความต้องการในยุคปัจจุบันมากขึ้น

From working in his family’s diamond business, Pisit Nawawatanasup has turned his passion into a new 4-star hotel in renovated five adjoining shophouses on Charoenkrung Road. Even with his experience in managing apartments, community malls and real estates, this new venture is still a big challenge. For a man who grew up in this old district and knows Charoenkrung inside out, opening a 24-hour hotel is both a development and a modernisation of his stomping ground to meet today’s needs.

เรามองว่าถนนเจริญกรุงเป็นถนนเส้นแรกของประเทศไทยที่เชื่อมตรงกลางระหว่างบางรักกับเยาวราช เราจึงอยากทำอะไรที่ผสมผสานระหว่างความเป็นไทย-จีน เพราะมันมีความคลาสสิกอยู่ในตัว แล้วสภาพอาคารเดิมมันก็ดูสวยอยู่แล้ว เราแค่ปรับภายในให้ใช้สอยได้จริงและเป็นที่จดจำ

Seeing as we’re on Charoenkrung Road, the first road in Thailand, which links Bangrak to Yaowaraj, we wanted to create a fusion of classic Thai and Chinese styles. The original buildings were already beautiful. We only modified the interior for functionality and memorability.

อาคาร 5 คูหาที่ว่านี้เป็นของกรมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จึงมีข้อจำกัดหลายประการในการปรับปรุงอาคาร ซึ่งถือเป็นโจทย์แรกในการคิดรูปแบบธุรกิจว่าจะเป็นไปในแนวทางไหน คุณพิศิษฎ์เล่าว่าในตอนแรกอยากให้บริการเป็นแบบโฮสเทล แต่เนื่องจากในบริเวณนี้มีธุรกิจดังกล่าวเยอะแล้ว ขณะเดียวกันก็มีโรงแรมขนาดใหญ่กระจายอยู่หลายจุดเช่นเดียวกัน ทำให้เขาคิดที่จะสร้างรูปแบบโรงแรมใหม่ที่อยู่ระหว่างโฮสเทลกับโรงแรมขนาดใหญ่ และด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้เขาตั้งใจที่จะสร้างโรงแรมแบบบูติก ซึ่งนอกจากจะมีมาตรฐานการบริการระดับโรงแรม 4 ดาวแล้ว ก็ยังผสมผสานการให้บริการที่เป็นมิตรสนิทสนมลงไปอีกด้วย

The hotel buildings belong to the Crown Property Bureau, so there were many restrictions regarding renovation. That was the first factor in deciding the business direction. At first, Pisit wanted to open a hostel. But there’re already several of them as well as large hotels in this area, so he came up with something in-between. Coupled with the limited space, he decided on a boutique hotel that offers not only a 4-star hotel service standard, but also a friendly hospitality.

พอเราอยากเต็มที่กับลูกค้ามาก เราเลยเอาความรู้สึกตัวเองมาใส่มากเช่นกัน เราอยากได้บริการแบบไหน เราก็ใส่ลงไปอย่างนั้น อะไรเหมาะสมและดี เราก็อยากให้ลูกค้าของเราได้รับสิ่งนั้น มันคือมาตรฐานระดับโรงแรม ในขณะที่ความรู้สึกนั้นเป็นกันเอง ไม่ห่างเหินหรือเป็นพิธีการจนเกินไป

We really want to do the best for our guests so this is quite an emotional project. The service here is the kind of service we want for ourselves. Whatever feels good and right to us, that’s what we want for our guests. Our service standard is that of a hotel, but still friendly and casual.

โรงแรมรูปแบบใหม่นี้มีทั้งหมด 5 ชั้น 36 ห้องพัก โดยกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นนักท่องเที่ยวแบบสะพายกระเป๋าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และนักธุรกิจค้าขายเพชรชาวต่างชาติที่นิยมกว้านซื้อเพชรพลอยในย่านนี้ก่อนส่งกลับประเทศของตน ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์ความเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรพลอยของย่านเจริญกรุง นอกจากนี้ ชั้น 1 ยังเปิดเป็นร้านอาหาร ไทย จีน และฝรั่ง แบบร่วมสมัย ที่คนนอกสามารถแวะเวียนเข้ามาทานได้ตลอดวัน

This new style of hotel comprises 36 rooms in 5 stories. The main clients are privacy-oriented backpackers and foreign diamond merchants who come to buy jewellery in this district, since Charoenkrung is a famous jewellery merchandise hub. The first floor also houses a contemporary all-day Thai-Chinese-Western restaurant.

ผมเลือกที่จะปรับปรุงที่แห่งนี้ด้วยวิธีเทิร์นคีย์ เพราะต้องการทำทุกอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ด้วยตัวเองก่อน เราอยากใส่ใจทุกรายละเอียด เพราะถ้าจ้างคนอื่นมาดูแลแทน มันก็จะไม่ใช่สิ่งที่เราอยากให้เป็นจริงๆ

I chose to undertake a turn-key renovation myself to make sure that everything would be done as it should. We want to be careful of every detail. Hiring someone else wouldn’t realise our vision.

อาคารเก่าหลังนี้ได้รับการออกแบบปรับปรุงโดย โอเพ่น แอร์ สตูดิโอ ที่เน้นการสร้างคาแรกเตอร์ผ่านงานออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย ร้านอาหาร ร้านค้า และโรงแรม โดยในการออกแบบโรงแรมโอเรียนทัล เฮอริเทจนี้ โอเพ่น แอร์ สตูดิโอ ได้ตีโจทย์แนวคิดจากบริบทของวัฒนธรรมโดยรอบ ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยการผสมความเป็นไทย-จีน และความเป็นสมัยเก่า-ใหม่เข้าด้วยกัน

These old buildings were designed and renovated by Open Air Studio whose strength lies in building characters through design. Its clients range from residences, restaurants and retail shops to hotels. For the Oriental Heritage Hotel, the studio drew the design concept from the context of the district’s multi-cultural identities by fusing Thai and Chinese cultures as well as old and modern times.

ด้านการวางผังพื้นที่ในอาคารคูหาตึกแถวถือเป็นสิ่งที่ยากสำหรับการออกแบบโรงแรม เนื่องจากพื้นที่ระหว่างเสาอาคารค่อนข้างแคบ และต้องเผื่อช่องว่างสำหรับเก็บงานระบบในทุกๆห้อง ผู้ออกแบบจึงแก้ปัญหาด้วยการสร้างพื้นที่ให้ดูกว้างและโล่งให้มากที่สุดแบบเปิดโล่ง กล่าวคือโซนห้องนอนกับโซนห้องน้ำไม่แยกออกจากกัน โดยได้แบ่งโซนห้องน้ำออกเป็น 3 ส่วน (ส่วนอาบน้ำ ส่วนชักโครก และส่วนอ่างล้างหน้า) ให้กลมกลืนไปกับพื้นที่ของโซนห้องนอน (ซึ่งโดยปกติแล้วโรงแรมส่วนใหญ่จะมีโซนทางเชื่อมระหว่างโซนห้องน้ำกับโซนห้องนอน) ในขณะเดียวกันก็สามารถแบ่งพื้นที่เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวอย่างชาญฉลาดด้วยม่านทึบ รวมถึงการออกแบบเพดานเปลือยเพื่อให้ห้องดูโปร่งที่สุด เก็บงานระบบทั้งหมดซ่อนเนียนไปในโครงเหล็กติดเพดาน เช่นกันกับการออกแบบโครงสร้างเหล็กเพื่อแขวนเสื้อผ้าแทนตู้ เพื่อลดการแบ่งสัดส่วนของห้อง และเน้นดีไซน์ที่ตอบสนองการใช้งานเป็นหลัก

The interior space planning for the hotel was a design challenge due to the rather narrow space between columns and the need to set aside some space for service cavities. The designer’s solution was an open-plan design where the bedroom and bathroom zones are not separated. The bathroom zone comprising 3 parts (bath, toilet and sink) was designed to blend in with the bedroom zone (most hotels have a corridor connecting the bathroom and the bedroom areas). At the same time, some area can be set apart for privacy with curtains. The exposed ceiling makes the room feel more open and spacious. The utility system is hidden in the steel ceiling structure. This steel structure is also used to create an open wardrobe to streamline the room with function-focused design.

© All right reserved Oriental Heritage Residence

บูติกโฮเทล จะต้องมีรายละเอียดเฉพาะตัว เฉพาะย่าน อย่างฝรั่งมาเที่ยววัดแถวนี้ พอกลับมาที่พักแล้วเห็นว่ามันเกี่ยวโยงกัน ก็จะประทับใจ รู้สึกได้ว่ามันได้ถูกคิดมาแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่เอาความเป็นไทยอะไรก็ได้มาบังเอิญใส่ไว้

A boutique hotel must have its own character that reflects its neighbourhood. For example, when a guest comes back to the hotel after visiting the local temples, they will see the connection. That will create an impression of thoughtfulness. Just throwing in anything Thai won’t do.

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นโรงแรมบูติก แน่นอนว่าจะต้องมีรายละเอียดที่ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำเอกลักษณ์ได้ ผู้ออกแบบเลือกวิธีการเปรียบเทียบแบบอุปมา หรือการนำเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมโดยรอบมาใช้ในการตกแต่งผ่านการใช้วัสดุและโทนสีให้เป็นไปตามแนวคิดข้างต้น ทำให้สิ่งที่แตกต่างกันสามารถอยู่ร่วมกันได้ผ่านการสร้างลูกเล่นในจุดต่างๆ หยอดสีสดใสในบางจุด ควบคู่ไปกับการใช้วัสดุสมัยใหม่และเก่า อย่างชั้น 1 ชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้ทรงจีนโบราณคอยรับแขกด้านหน้าจัดวางด้วยหมอนลวดลายทันสมัยและโคมไฟทองเหลืองทรงแปลกตา ห้องอาหารที่ดูสนุกด้วยพื้นกระเบื้องลายตาราง คั่นด้วยเบาะหนังคลาสสิคสุขุมสีน้ำตาลกับหมอนอิงสีเขียวสดใส การใช้ผนังกระเบื้องลายครามจากกระถางแบบจีน กระทั่งการใช้เทคนิคกร่อนกระจกให้ดูเก่า คู่กับช่องวางโถจีนจากร้านขายยาสมุนไพร หรือในห้องพักที่มีผนังปูกระเบื้องหลากสีคล้ายกับฐานเจดีย์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ (วัดโพธิ์) รวมไปถึงชิ้นงานศิลปะตามทางเดินที่มีเรื่องราวของวัฒนธรรมเก่าแก่ซ่อนอยู่ โดยไม่ลืมการสร้างมูลค่าในบางจุดด้วยรายละเอียดวัสดุหินอ่อนสีขาว และความมันวาวของโลหะสีทองเหลือง

Boutique hotels should have signature details that are memorable to clients. For décor materials and colour palette, the designer chose the theme of “metaphor” which was inspired from the district’s unique cultural blend. Here, different cultures co-exist in harmony with interesting gimmicks in various spots. A pop of bright colour enlivens certain areas and modern elements are paired with old materials. On the first floor, a traditional Chinese sofa set is accented with modern pattern pillows and brass lamps in unusual shapes. The restaurant looks more playful with a checkerboard tile floor that sets the stage for classic brown leather cushions and bright green pillows. The indigo wall tile pattern came from Chinese pitchers. A distressed mirror was paired with a shelf of earthen jars from Chinese herb shops. In the guest rooms, multi-coloured wall tiles were inspired from Wat Pho’s chedi base. Even the corridor is lined with the artworks that hide stories of old cultures and detailed with white marble and shiny brass materials.

โรงแรมโอเรียลทัล เฮอริเทจ แห่งนี้ได้เปิดให้บริการในช่วงเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยนอกจากจะได้รับการตอบรับที่ดีมากจากคนต่างพื้นที่แล้ว คุณพิศิษฎ์ยังสนใจที่จะสร้างความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ๆกับคนในพื้นที่อีกด้วย ถือเป็นการสร้างทางเลือกในการทำกิจกรรมระหว่างวันให้กับลูกค้ามากขึ้น อย่างเช่นการท่องเที่ยวชมวิวทางแม่น้ำ กระทั่งการจัดทริปพาไปชิมอาหารมื้อพิเศษที่ร้านอาหารใหม่ๆในย่าน เป็นต้น

The Oriental Heritage Hotel opens in March 2017 to great response. Pisit is also keen to build new business cooperation with the locals to add more activity options for his guests, such as river cruises and food tours to new restaurants in Charoenkrung.

© All right reserved Oriental Heritage Residence